สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประทับอยู่ ณ กรุงสาวัตถี พร้อมด้วยเหล่าสงฆ์สาวกและมหาโพธิสัตว์ วันหนึ่ง พระผู้มีภาคเจ้าได้เสด็จนำเหล่าสาวกมุ่งหน้าไปทางทิศใต้ ระหว่างทางได้ทอดพระเนตรเห็นโครงกระดูกกองหนึ่ง พระผู้มีถาคเจ้ารีบน้อมพระวรกายก้มลงกราบโครงกระดูกด้วยความเคารพ พุทธจริยาเช่นนี้ ทำให้เหล่าสาวกรู้สึกแปลกใจ พระอานนท์จึงได้กราบทูลถามว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระองค์เป็นสัพพัญญูทั้งสามโลกเหตุไฉน จึงมากราบไหว้โครงกระดูกเช่นนี้? พระพุทธองค์ตรัสว่า ดูก่อนอานนท์ พวกเธอแม้ได้ออกบวชมานาน แต่มีบางสิ่งบางอย่างที่ยังไม่เข้าใจ โครงกระดูกเหล่านี้ อาจจะเป็นพ่อแม่หรือบรรพบุรุษในอดีตชาติของเรา เกิดเป็นคนไม่กราบไหว้พ่อแม่ได้อย่างไร? ด้วยเหตุนี้ เราจึงได้แสดงความเคารพ-กราบไหว้ ดูก่อนอานนท์ กระดูกของบุรุษเพศจะมีสีขาวและมีน้ำหนักมากกว่า ส่วนกระดูกของสตรีเพศจะเป็นสีดำและเบากว่า พระอานนท์กราบทูลว่า ขณะมีชีวิตอยู่บุรุษเพศสวมใส่อาภรณ์ รองเท้าและหมวกท่าทางองอาจพอเห็นก็รู้ได้ว่าเป็นบุรุษ ส่วนสตรีเพศชอบแต่งหน้าทาแป้งใส่เครื่องหอมเมื่อเห็นก็รู้ว่าเป็นสตรี แต่ไม่ว่าบุรุษหรือสตรี หลังจากแตกดับเหลือแต่กระดูกไม่แตกต่างกัน แล้วจะแยกแยะออกได้อย่างไร? ดูก่อนอานนท์ ผู้ชายมักเข้าวัดฟังธรรม ถือศีลบำเพ็ญกุศล ดังนั้นกระดูกจึงเป็นสีขาวและหนัก ส่วนผู้หญิงมักหลงใหลในความรักผูกพัน ทั้งยังต้องมีภาระในการให้กำเนิดและเลี้ยงดูบุตรด้วยน้ำนมของตน น้ำนมกลั่นออกมาจากโลหิตของมารดา เลี้ยงลูกหนึ่งคนจะต้องดื่มน้ำนม 1,200 แกลลอนขึ้นไป  แล้วร่างกายของมารดาจะไม่ร่วงโรยได้อย่างไร? ดังนั้น สตรีหลังจากสิ้นชีวิต กระดูกจึงเป็นสีดำและมีน้ำหนักเบา พระอานนท์ได้ฟังดังนั้น รู้สึกซาบซึ้งจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ แล้วกราบทูลถามว่าพระคุณของแม่นั้นจักทดแทนได้อย่างไร? พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า พวกเธอจงตั้งใจฟังเมื่อแม่เริ่มตั้งครรภ์จนครบกำหนดคลอดประมาณสิบเดือน แม่ต้องทนทุกข์ลำบาก ตั้งครรภ์เดือนแรก ชีวิตน้อยดุจหยาดน้ำค้างบนใบหญ้า ยามเช้าก่อตัว ตกสายอาจสลายไปก็ได้ เดือนที่สอง เหมือนการจับตัวของเนยเหลว เดือนที่สาม เหมือนการจับตัวของก้อนเลือดพอถึงเดือนที่สี่ ตัวอ่อนจึงเริ่มเป็นรูปร่างของทารกขึ้นบ้าง พอถึงเดือนที่ห้า อวัยวะสำคัญต่างๆ เช่น ศีรษะ แขน ขา จึงได้เป็นรูปเป็นร่างขึ้น พอถึงเดือนที่หก ทวารหกของทารกในครรภ์ก็เริ่มปรากฎขึ้น ทวารหกคือ ตา หู จมูก ลิ้น ปาก ใจ พอเดือนที่เจ็ด ทารกในครรภ์ก็มีกระดูกครบ 360 ชิ้น และแปดหมื่นสี่พันรูขุมขน พอเดือนที่แปดก็เกือบจะเป็นเด็กทารกที่สมบูรณ์ มีความรู้สึก มีชีวิตจิตใจ ต่อมา ทวารทั้งเก้าในร่างกายก็เปิด อาทิ ตา หู จมูก ปาก ทวารขับถ่าย พอเดือนที่เก้า แขนขาของทารกมักจะขยับตัวเตะถีบดั่งขุนเขาเคลื่อนไหว ทำให้มารดารู้สึกเจ็บปวดทรมาน ทารกในครรภ์ นับแต่แรกเริ่มจนกระทั่งคลอดต้องดื่มกินโลหิตมารดาเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิต พอถึงเดือนที่สิบ ร่างกายครบสมบูรณ์พร้อมที่จะออกมาชมโลก อุ้มท้องสิบเดือน มารดาต้องทนทุกข์ทรมานสุดบรรยาย ครั้นถึงเวลาคลอด โลหิตหลั่งไหลดั่งสายน้ำ ทารกลื่นไหลไปตามสายน้ำโลหิต การคลอดที่ปกติ ทารกจะงอ มืองอเข่าเข้าหาตัว หัวห้อยลงล่าง คลอดออกมาอย่างปลอดภัย ในรายคลอดยาก แขนและขาน้อยๆ จะเตะถีบดิ้นรน ทำให้มารดารู้สึกเจ็บปวดสุดทน ดุจดังถูกคมอาวุธทิ่มแมงมะลวงหัวใจ สลบแล้วสลบอีก สุดแสนทรมาน ผู้เป็นบุตรต้องกตัญญู ทดแทนพระคุณแม่ มิเช่นนั้น นับว่าเลวยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน


    พระคุณอันใหญ่หลวงของแม่ 10 ประการ คือ
1. พระคุณที่รักทนุถนอมขณะอยู่ในครรภ์
2. พระคุณที่อดทนความเจ็บปวดในขณะคลอด
3. พระคุณที่ทนทุกข์ทรมานเพื่อลูก และหลังจากคลอดลูกแล้ว ก็ลืมความเจ็บปวดหมดสิ้น
4. พระคุณที่เลี้ยงดู โดยสรรหาแต่อาหารที่ดีมีประโยชน์มาป้อน
5. พระคุณที่ทำให้ลูกน้อยได้นอนหลับสบายโดยตนเองอดทนกับความเปียกชื้นและหนาวเย็น
6. พระคุณที่เลี้ยงด้วยนมจากเต้าจนลูกอ้วนท้วม แต่ตัวเองกลับผ่ายผอม
7. พระคุณที่ซักล้างผ้าอ้อมให้ลูก โดยไม่เกรงมือจะสกปรกหรือผิวจะแตก
8. พระคุณที่เฝ้าห่วงใยจนหลั่งน้ำตา ยามลูกต้องเดินทางไกล
9. พระคุณที่คอยช่วยเหลือ และยอมทนลำบากเพื่อลูกทุกอย่าง
10. พระคุณที่รักและห่วงหาอาทรลูกอย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย

ทายนิสัยจากการอ่านหนังสือ
 อย่าทำเป็นเล่นไปเชียว หนังสือที่เราอ่านๆกันเนี่ยนอกจากจะให้สาระความรู้กันแล้ว ก็ยังสามารถที่จะทายนิสัยใจคอคนอ่านได้ด้วยล่ะ อยากรู้กันแล้วใช่มั้ยล่ะว่าเพื่อนๆเป็นคนยังไง เอ้า...งั้นก็เริ่มได้เลย

หนังสือพิมพ์รายวัน
 เขาบอกว่าคนที่ชอบอ่านหนังสือพิมพ์รายวันเนี่ยน่ะก็จะเป็นคนที่มีใจคอกว้างขวางมาก สามารถที่จะยอมรับความคิดเห็นใหม่ๆของคนอื่นได้
 แล้วก็เป็นคนที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงความคิดเห็นของตัวเองได้ หากเห็นว่าความคิดเห็นของคนอื่นนั้นมีเหตุผลมากกว่าความคิดของตัวเอง จากนั้นความเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองก็จะตามมาจากความคิดเป็นคนที่สนอกสนใจความเป็นไปของโลกใบน้อยๆน่ะซี

หนังสือธรรมะ
 หนังสือแนวนี้หาใช่แต่เฉพาะคนที่มีอายุเท่านั้นหรอกนะถึงจะอ่านได้ คนหนุ่มๆสาวๆหรือแม้แต่วัยสะรุ่นก็อ่านได้จ้ะและก็สามารถที่จะบอกได้เลยว่าคนที่อ่านหนังสือแนวนี้นั้นเป็นคนที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องเกียรติยศชื่อเสียง ให้ความเคารพเชื่อฟังต่อคนที่มีอำนาจหน้าที่เหนือกว่า
 และนอกจากนี้คุณยังเป็นคนที่มีหัวใจแสนจะไหวอ่อน คือพร้อมจะให้อภัยกับคนได้ทุกเวลาเลยนั่นไง  สาธุ๊....

หนังสือแนวสืบสวนลึกลับ
 ก็คนที่เป็นแฟนของเชอร์ล็อคโฮลมนั่นแหละ เขาก็วิเคราะห์เอาไว้ว่าคุณเนี่ยเป็นคนที่ชอบความท้าทายเอามากๆเลยเชียวแหละคุณจะไม่ชอบอะไรที่มันเรียบง่าย แบบมองปุ๊ปก็รู้ปั๊ป เพราะมันไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้นเอาซะเลยน่ะสิ
 เพราะฉะนั้นถ้าจะหาคนมาเป็นสุดที่รัก ก็เลือกชนิดที่ออกจะลึกลับซับซ้อนหน่อยก็แล้วกันนะ จะได้ไม่มีปัญหาเพราะว่าความชอบความตื่นเต้นของคุณน่ะเป็นเหตุ

หนังสือแนวปรัชญา
 หากว่าคุณชอบอ่านหนังสือแนวนี้นั้น ก็แสดงว่าคุณเป็นคนที่มีนิสัยออกจะใฝ่สูงอยู่สักหน่อย แล้วก็ยังเป็นคนทะเยอทะยานมากอีกต่างหาก แต่คุณก็จะเป็นคนที่มีความรอบรู้นะ แล้วก็ยังเป็นคนที่รอบคอบในการตัดสินใจอีกต่างหาก ซึ่งมันก็จะทำให้คุณไม่เกิดความผิดพลาดในการลงมือกระทำเรื่องต่างๆไงล่ะ

หนังสือการ์ตูน
 คุณนี่น่ะเหรอ...เขาก็บอกเอาไว้ว่าช่างเป็นคนที่มีชีวิตที่น่าอิจฉาเสียจริงเชียว เพราะว่าคุณจะเป็นคนที่ไม่ซีเรียสจนเกินไปสามารถที่จะหาความสุขได้ง่ายๆ อาจจะเป็นหนังสือแนวขำขันที่คุณชอบแต่ถึงแม้คุณจะดูเป็นคนไม่ซีเรียสอะไรเลย แต่กับเรื่องของการเรียนการทำงานแล้วคุณจะเข้มข้นกับมันเป็นอย่างมากเลยทีเดียว แต่ว่าคุณก็จะแบ่งเวลาถูกอีกนั่นแหละว่าตอนนี้เป็นเวลาทำงานหรือว่าเวลาพักผ่อน น่าอิจฉาซะไม่มีเลยนะคนอย่างคุณเนี่ย

หนังสือแฟชั่น
 คาดว่าสาวๆส่วนใหญ่น่าจะชอบเป็นพิเศษกับหนังสือแนวนี้ แหม..ก็มันเป็นหนังสือที่เขาทำขึ้นมาเพื่อคุณผู้หญิงอยู่แล้วนี่เนาะเขาก็บอกเอาไว้ว่าคนที่ชอบดูหนังสือแฟชั่นเนี่ย จะเป็นคนที่ชอบอยู่ในวงสังคมเป็นอันมาก...มากกว่าจะชอบอยู่บ้านนั่นแหละ
 ชีวิตของคนที่ชอบอ่านหนังสือแนวนี้จึงเป็นชีวิตที่สมัยใหม่มากเลยชอบมากกับการถูกห้อมล้อมด้วยผองเพื่อนที่มีนิสัยคล้ายๆกันและแน่ล่ะ อยู่ที่ไหนมันก็ย่อมจะมีเสียงนินทากาเลมาให้ได้ยินเสมอแต่ว่าคุณเองก็ไม่ได้สนใจให้บ้าบอหรอก   สุขจริงเลยนะคุณ....

หนังสือบทกวี
 เขาบอกว่าคุณช่างเป็นคนที่โรแมนติคอะไรเช่นนี้ ชีวิตของคุณเต็มไปด้วยเรื่องราวงดงามมากมาย คุณเป็นคนที่ชอบให้กำลังใจแก่ผู้อื่น แม้ว่าในยามนั้นชีวิตของตัวคุณเองจะจ็บช้ำอย่างไรก็ตามทีคุณมองว่าหากมีชีวิตอยู่นั้นก็ย่อมต้องเต็มไปด้วยความหวัง
 คุณจะเป็นคนที่มีความเชื่อความศรัทธาในด้านที่ดีงามของมนุษยชาติ แต่ว่าบางทีคุณก็อาจผิดหวังบ้าง เพราะถึงยังไง โลกมันก็ไม่ได้สวยงานอย่างที่คุณหวังเสมอไปนั้นหรอก


 เป็นยังไงบ้าง เรื่องราวการอ่านหนังสือพอจะทายใจหวานใจใครได้ถูกรึเปล่า? แต่ไม่ว่าจะอ่านหนังสือแนวไหนก็ตาม สิ่งที่ได้นั้นก็ความรู้ทั้งนั้นแหละ ว่าแต่ว่าวันนี้คุณอ่านหนังสือรึยังเอ่ย?

ทายใจท่าทางยามส่องกระจก
 ท่าทางของคนเราเวลาสส่องกระจกน่ะสามารถจะบอกอะไรได้หลายอย่างทีเดียวเชียวล่ะ ลองอ่านดูสิว่ามันสามารถ บอกอะไรเพื่อนได้มั่ง

ยิ้มหวานเจี๊ยบ
 คนที่ชอบยิ้มเวลาส่องกระจก ไม่ได้หมายความว่าเขาผู้นั้นเป็นคนหลงตัวเองหรอกนะจ๊ะ เพียงแต่เขาเป็นคนที่รักตัวเองและรักคนอื่นเท่านั้น เขาพร้อมที่จะเป็นมิตรกับทุกคน และมองโลกในแง่ดีมาก เขาน่ารักนะจะบอกให้

ครุ่นคิด
 คนที่ชอบคิดเวลามองกระจกเนี่ยนะเขาจะเป้นคนที่มองเห็นทุกอย่างสำคัญกว่าภาพของเขาในกระจก ยิ่งเกี่ยวกับเรื่องของการงานที่ยังทำไม่เสร็จเนี่ย จะเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับนักส่องกระจกประเภทนี้

ฝัน...ฝันหวาน
 คนที่ชอบฝันหวานไปถึงไหนต่อไหนเวลาส่องกระจกเนี่ยคนประเภทนี้เขาว่าเอาไว้ว่ามักจะเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบที่จะยอมรับกับความจริง จึงจะชอบหนีไปจากความจริงชั่วครั้งชั่วคราวในเวลามองกระจกซึ่งก็คงจะรวบรวมพลังให้แกร่งกล้าสำหรับเวลาเลิกฝันนั่นแหละ

ไม่กล้ามองหน้าตัวเอง
 คนส่องกระจกประเภทนี้ ไม่รู้จะส่องไปทำไมเนาะ มองตัวเองก็ไม่มองคนอะไรก็ไม่รู้ คนที่มีนิสัยประหลาดอย่างนี้เขาว่ามาว่าจะเป็นคนที่ชอบแอนตี้สังคม สันโดษ มีความตั้งอกตั้งใจเป็นอย่างมากในการที่จะทำสิ่งต่างๆ ให้สำเร็จไปด้วยดี มากกว่าที่จะสนใจในเรื่องราวส่วนตัวของตัวเอง

ชอบแยกเขี้ยว
 คนที่ชอบทำหน้าตาหงิกๆ งอๆ เหมือนตะหลิวเวลามองกระจกเป็นคนที่ไม่ค่อยจะพอใจในตัวเอง และสังคมรอบๆข้าง มองโลกไม่ค่อยจะโสภาเอาเสียเลย แถมยังไม่ค่อยใจกว้างอีกต่างหากและเมื่อตัดสินใจอะไรลงไปแล้วก็ยากที่จะเปลี่ยนแปลง แหม...อะไรจะซีเรียสปานนั้นก็ไม่รู้เนอะ

ชอบชมโฉม
 คนประเภทนี้เห็นกระจกไม่ได้เป็นต้องแอบมองรูปโฉมของตัวเองไปเสียทุกครั้งสิน่าว่าสวยเนี้ยบเฉียบรึยัง ทั้งที่ก่อนหน้านี้แหม็บๆก็เพิ่งไปส่องมาน่ะเอง ว่ากันมาว่าคนที่ชอบส่องกระจกในลักษณะนี้นั้นจะเป็นคนที่รักตัวเองแล้วก็เป็นคนที่มีอารมณ์อ่อนไหวมาก อย่าเผลอไปทำอะไรกระทบกระเทือนใจเธอเข้าล่ะ

สำรวจรูปร่าง
 คนที่ชอบสำรวจรูปร่างของตัวเองจากกระจก โดยเฉพาะส่วนที่ต่ำลงมาจากคอ เพื่อให้แน่ใจว่า ไม่มีอะไรขาดตกบกพร่อง คนพวกนี้มักจะเป็นคนที่กระฉับกระเฉง ไม่ค่อยอยู่นิ่ง ไม่ว่าในบ้านหรือนอกบ้าน ชอบแต่งตัวและบำรุงรักษาสุขภาพเป็นพิเศษ

ทำหน้าตาตลก
 คนที่ชอบแลบลิ้นปลิ้นตาหน้ากระจก มักจะเป็นคนที่เปิดเผยร่าเริงไม่เก็บอะไรเอาไว้ให้รกสมองและชอบแสดงออกมาก เพราะจะเป็นคนที่ชอบทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับคนหมู่มาก เพราะฉะนั้นไปขอความช่วยเหลือกับคนที่ส่องกระจกแบบนี้มักจะไม่ค่อยผิดหวัง

แปลกใจและสงสัยเหลือเกิน
 ใครก็ตามที่ชอบมองหน้าตัวเองในกระจก และศึกษาหน้าตาของตัวเองอย่างถ้วนถี่ จะเป็นคนที่มักมีคำถามที่ตอบไม่ได้เกี่ยวกับชีวิตของตัวเอง จึงมักมาขบคิดด้วยการมองหน้าตาของตัวเองเพื่อหาคำตอบนั่นไง เป็นคนที่ไม่มั่นใจในตนเอง และพยายามจะสร้างความมั่นใจให้กับตนเองโดยการดูกระจกแทน

เป็นยังไงกันบ้างจ๊ะพอจะได้ความรู้อะไรขึ้นมาบ้างแล้วใช่ม้า ก็คอยๆ สังเกตคนใกล้ๆตัว ดูนะว่าเขามองกระจกด้วยท่าทางยังไง แหม...ไม่ได้สอดรู้หรอก เพียงแต่เราจะได้ปฏิบัติตัวกับเขาถูกยังไงล่ะ